การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

การท่องเที่ยวมีความสัมพันธ์กับวิชาประวัติศาสตร์ เนื่องจากวิชาประวัติศาสตร์เป็นการศึกษาพฤติกรรมในอดีตของมนุษย์ ผ่านร่องรอยหลักฐานต่างๆ และร่องรอยเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในเวลาต่อมา ประวัติศาสตร์จึงมีความสัมพันธ์กับการท่องเที่ยวในแง่ที่ว่า องค์ความรู้ของประวัติศาสตร์จะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจถึงความเป็นมาของสถานที่ต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง เห็นคุณค่าทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ตลอดจนวิเคราะห์พฤติกรรมผู้คนในอดีตที่มีความสัมพันธ์ต่อแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ความรู้ทางประวัติศาสตร์ยังมีส่วนสำคัญที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมีจิตสำนึกต่อแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวจนเกิดความภาคภูมิใจในมรดกของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากเนื้อหาประวัติศาสตร์ศูนย์อำนาจของรัฐหรือประวัติศาสตร์ชาติที่มุ่งเน้นคุณค่าในวีรกรรมของผู้นำซึ่งเป็นแบบอย่างในการสร้างคุณความดีเพื่อส่วนรวมผ่านร่องรอยหลักฐานที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถานต่างๆ ขณะที่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เป็นเรื่องของพัฒนาการชุมชนย่อยในสังคมใหญ่นั้นก็มีส่วนสำคัญต่อการสร้างจิตสำนึกในเชิงดังกล่าวไม่น้อย เนื่องจากสาระจะทำให้ชาวชุมชนท้องถิ่นรู้ที่มาของตนเองผ่านร่องรอยหลักฐานต่างๆ ที่ต่อมาได้กลายเป็นแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวในพื้นที่

ดังนั้นวิชาประวัติศาสตร์จึงมีความสำคัญอย่างสูงในแง่การใช้ความรู้เป็นแนวทางจัดการท่องเที่ยวของพื้นที่นั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพิจารณาจากจุดมุ่งหมายของวิชาประวัติศาสตร์ที่ว่า การรู้ถึงที่มาตลอดจนความเข้าใจต่อพฤติกรรมของผู้คนในสังคมย่อมสามารถคาดการณ์ไปข้างหน้าได้อย่างถูกต้องและรู้เท่าทันนั้นย่อมทำให้การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (historical tourism) มีหลักการสำคัญประการหนึ่งคือ เป็นการท่องเที่ยวที่ใช้จุดมุ่งหมายของวิชาประวัติศาสตร์เป็นเครื่องมือปลูกจิตสำนึกทางอุดมการณ์ร่วมกัน กระทั่งนำไปสู่สำนึกความเป็นชาติหรือท้องถิ่น นอกจากนี้ยังอาจเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์มรดกทางภูมิปัญญาของชุมชน เช่นโบราณสถาน โบราณวัตถุ และแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในท้องถิ่น    ดังจะเห็นได้จากที่สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ ( International Council On Monuments And Sites : ICOMOS ) เสนอกฎบัตรการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดการสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์มรดกเพื่อการท่องเที่ยว ( International Cultural Tourism Charter Managing Tourism at Places of Heritage Significance ) โดยมีสาระสำคัญได้แก่การจัดท่องเที่ยวที่มีการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างรับผิดชอบ พร้อมกับการจัดการที่ดีควบคู่กันระหว่างคนในท้องถิ่นและผู้มาเยือนโดยมีการอนุรักษ์และการวางแผนการท่องเที่ยวในแหล่งที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมซึ่งมีจุดเน้นสำคัญก็คือนอกจากจะสร้างความรื่นรมย์แก่ผู้มาเยือนแล้วก็ต้องเป็นการจัดการท่องเที่ยวเพื่อคุ้มครองมรดกทางประวัติศาสตร์ด้วย อาจกล่าวโดยรวมได้ว่าวิชาประวัติศาสตร์นั้นมีคุณูปการต่อการท่องเที่ยวทั้งในระดับชาติ ระดับชุมชนและท้องถิ่นต่างๆ ด้วยเหตุผลสำคัญคือ

ประการแรก ประวัติศาสตร์เป็นทั้งโครงสร้างและเนื้อหาสาระที่เป็นรากฐานให้แต่ละสังคมได้เจริญเติบโต และกลายเป็นองค์ความรู้หรือบทเรียนให้ชุมชนหรือสังคมในท้องถิ่นได้เรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสร้างสรรค์ลักษณะต่างๆ ของชุมชนหรือสังคมให้มีความเข้มแข็ง มีพลังเป็นต้นทุนเพียงพอที่จะใช้ในการพัฒนาการท่องเที่ยว

ประการที่สอง เป้าหมายของประวัติศาสตร์ในแง่ที่ว่า อดีตที่ไม่ดีระวังไม่ให้ซ้ำรอย ที่ดีต้องทำตาม ถือเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังพฤติกรรมแก่นักท่องเที่ยวให้เกิดสำนึกรับผิดชอบ ยอมรับกฎเกณฑ์กติกาของสังคมอันเป็นอุดมการณ์หลักของการท่องเที่ยวในปัจจุบันที่มุ่งเน้นในเรื่องการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ในทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและอย่างยั่งยืนหรือไม่ใช้ทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างสิ้นเปลืองโดยไม่รู้คุณค่าของทรัพยากรเหมือนในอดีต เป็นต้น

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และฝึกทักษะด้วยตนเองให้แก่เยาวชนและบุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์จากทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

2. เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และประยุกต์ใช้ความรู้จากการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในการประกอบอาชีพและเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

3. เพื่อการอนุรักษ์และสร้างสำนึกให้เห็นคุณค่าของแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

 



http://www.hecweb.org/cialis-cheap-online viagra sample generic http://pdftreatment.com http://pdfdrugs.com http://dosingpdf.com http://pdfdrug.com http://diseasepdf.com